|

เมื่อวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมานั้น พี่MT และ พี่OJ ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนา Mini_UKM เป็นการจัดประชุมสัมมนา “การสร้างเครือข่ายองค์การการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ครั้งที่ 5” (Mini UKM ครั้งที่ 5) ณ อาราญาน่า พิมานรีสอร์ท & สปา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา **************************************** เป็นการสัมมนาเพื่อพัฒนาการสร้างเครือข่ายองค์กรการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากการมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา 10 สถาบันคือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นทุกปี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสมาชิกในเครือข่าย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2553 ณ อาราญาน่า ภูพิมานรีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 6 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2553 ณ ม.แม่ฟ้าหลวง เป็นการเข้าร่วมสัมมนาเป็นครั้งแรกของ พี่MT ซึ่งในความเข้าใจครั้งแรกคิดว่ามานั่งฟังแล้วก็จดบรรยาย เหมือนกับการอบรมทั่วไป ก็เลยตั้งเป้าหมายไว้แค่ฟังแล้วจดบรรยายแค่นี้ก็คงพอ แต่เมื่อเข้ามาร่วมการสัมมนา KM ทำให้ พี่MT รู้ว่า การอบรมสัมมนาครั้งนี้แตกต่างจากการสัมมนาทั่วไปที่เราเคยชิน คือการ ไปนั่งฟังวิทยากรบรรยาย ดูเอกสารประกอบการบรรยาย ดูสไลด์ ที่วิทยากรฉายให้ดู และก็พูดให้ฟัง ผู้เข้าอบรมสัมมนาก็ ฟังๆๆๆ และก็ จดๆๆๆ แต่การสัมมนา KM มันกลับทางกัน คือผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องคิดๆๆๆ พูดๆๆๆ และสรุปออกมาเป็น องค์ความรู้จากการพูดคุยกัน แล้วนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้และกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีก ในการสัมมนาในวันแรกนั้น มีการแบ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สำหรับมือใหม่หัดขับ นำ KM ไปใช้ในงานประจำอย่างไร กลุ่มที่ 2 สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้ว นำ KM ไปเติมเต็มอย่างไร พี่ MT เข้าร่วมสัมมนาในกลุ่มที่ 1 มือใหม่หัดขับ มีผู้ร่วมสัมมนาประมาณ 60 คน โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร เป็น Facilitator ในการเข้ากลุ่มครั้งนี้ Facilitator ใช้เครื่องมือเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ “KM Cafe’” จากการสังเกตพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ดีมากเครื่องมือหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เข้าสัมมนาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือนี้ผู้ใช้(วิทยากร)ควรจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาเสียก่อน เชื่อว่าเมื่อผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รู้จักคุ้นเคยกันระดับหนึ่งแล้ว จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพูดคุยกันด้วยความสนุกและเพลิดเพลินไปกับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันเมื่อใช้เจ้า KM Cafe นี้ ชักอยากรู้แล้วไหมคะว่า KM Cafe’ มันเป็นยังไง? เครื่องมือนี้ ศาสตราจารย์ นายเพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร ได้นำมาใช้กับผู้ร่วมสัมมนา Mini UKM ครั้งนี้ โดย Facilitator ให้พวกเราทำดังนี้ 1. แบ่งกลุ่มออกเป็น 15 กลุ่มๆละ 4 คน นั่งล้อมวง 2. กำหนดหัวข้อเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ทั้ง 15 กลุ่มใช้หัวข้อเดียวกัน) โดยFacilitator เป็นผู้แจ้งให้ทุกกลุ่มทราบ เช่น “วิธีการหรือเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน” 3. แจกกระดาษ Flipchart ให้กลุ่มละ 1 แผ่น และให้แต่ละกลุ่มหาอาสาสมัคร 1 คนเพื่อเขียน 4. ทั้ง 4 คนในแต่ละกลุ่ม ผลัดเปลี่ยนกันเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน โดยมีอาสาสมัครทำหน้าที่เขียน ให้เวลาเล่าคนละประมาณ 3 นาที โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครเริ่มเล่าก่อน 5. เมื่อทั้ง 4 คนเล่าเสร็จให้ร่วมกันสรุปแล้วเขียนลงบนแผ่นกระดาษที่แจกให้ เป็นอันจบรอบที่ 1 6. ในรอบที่ 2 ให้ทำเช่นเดิมแต่ให้เปลี่ยนกลุ่ม กล่าวคือ ให้ผู้ที่เป็นอาสาสมัครในแต่ละกลุ่มอยู่ที่เดิมไม่ต้องเปลี่ยนกลุ่ม ส่วนอีก 3 คนให้เปลี่ยนไปกลุ่มอื่นแต่กลุ่มใหม่ที่เปลี่ยนไปนั้นทั้ง 3 คนต้องไม่เจอกันอีกนะ 7. ในรอบที่ 2 นี้เมื่อมีสมาชิกใหม่มารวมกันแล้ว ให้ผู้เป็นอาสาสมัครประจำกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ทำหน้าที่เล่าให้ทั้ง 3 คนใหม่ฟังว่า ในรอบที่แล้วได้มีการพูดถึงเทคนิคอะไรบ้างในการลดความขัดแย้งของทีมงาน จากนั้นให้ทั้งสามคนใหม่เล่าเล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงานเพิ่มเติม 8. รอบที่ 3 ทำเช่นเดิม เช่นเดียวกับรอบที่ 1 และ 2 โดยผู้ที่เป็นอาสาสมัครก็ยังคงประจำกลุ่มและทำหน้าที่เช่นเดิม ดังนั้น ทั้ง 3 รอบจึงเป็นเรื่องเล่าที่เล่าถึงเทคนิคการลดความขัดแย้งถึง 10 เรื่องเล่า ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันสรุป เป็นองค์ความรู้เรื่อง “เทคนิคการลดความขัดแย้งของทีมงาน” 9. นำแผ่นกระดาษที่เขียนเป็นองค์ความรู้ดังกล่าวไปติดผนังห้อง เพื่อให้แต่ละคนเดิน Shopping ความรู้ที่ได้จากกิจกรรม KM Cafe’ นี่แหละคะ KM Cafe’ ที่เอื้อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากวันแรกการไม่มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้จัก คุ้นเคยกัน ในวันที่สอง อาจารย์ไพฑูรย์ นิยมนา เป็นคณะทำงาน Mini UKM ครั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมการสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้ร่วมสัมมนา ซึ่งการทำ KM มีเครื่องมือช่วยหลายเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แต่ก่อนที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ เหล่านั้น ควรมีกิจกรรมเสริมสร้างการรู้จักคุ้นเคยกันเสียก่อน เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการรู้จักคุ้นเคยกันที่ใช้เป็นประจำคือเครื่องมือที่เรียกว่า “AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS” Around the clock learning friends คืออะไร? อาจารย์ไพฑูรย์ นิยมนา เล่าให้เราฟังว่า ได้เครื่องมือนี้มาจากวิทยากรชาวแคนาดา ที่มาอบรมหลักสูตร Train the Trainer Level 1 ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เมื่อหลายปีก่อน และได้นำเครื่องมือนี้มาทดลองใช้กับผู้เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อคัดเลือกเป็นผู้ประเมินภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของ สมศ. เป็นต้น AROUND THE CLOCK LEARNING FRIENDS เป็นเครื่องมือช่วยตัวหนึ่งที่คิดว่าจะช่วยในการทำ KM ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้จักคุ้นเคยกันก่อนการทำ KM เครื่องมือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมหรือผู้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เกิดความรู้จัดและเสริมสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้เข้าอบรม อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย ป้ายชื่อ อาจเป็นป้ายรูปหัวใจ ปากกาเมจิก รูปนาฬิกาขนาดกระดาษ A4 ที่มีหมายเลขรอบหน้าปัทม์ 12 หมายเลข และมีช่องว่างสำหรับเติมชื่อ 12 ช่องรอบหน้าปัทม์นาฬิกา กระดาษ A4 ตีช่อง 4 ช่อง วิธีเล่น : 1. จัดผู้เข้าอบรมนั่งรูปตัว U (U Chair) 2. แจกป้ายรูปหัวใจ ให้ผู้เข้าอบรมเขียนชื่อตัวเองลงบนป้ายรูปหัวใจตัวโตๆ (อาจเป็นชื่อเล่น) 3. แจกกระดาษ A4 รูปหน้าปัทม์นาฬิกา 4. ให้ทุกคนเติมชื่อของเพื่อนๆ ลงในช่องว่างรอบหน้าปัทม์นาฬิกาทั้ง 12 ช่อง โดยมีเงื่อนไขว่า ในหมายเลขช่องหนึ่งๆ ที่จะเติมชื่อเพื่อนคนใดคนหนึ่งลงไปนั้น ต้องเป็นช่องหมายเลขที่ว่างตรงกันกับตนเอง และการจะเติมชื่อเพื่อนคนใดลงไปที่หมายเลขใดนั้น เพื่อนคนนั้นๆ ก็จะต้องเติมชื่อของเราลงในนาฬิกาของเพื่อนในช่องหมายเลขที่ตรงกันกับเราด้วย 5. ทุกคนวิ่งหาเพื่อนๆ และเติมชื่อ พร้อมทั้งจำชื่อและหน้าของเพื่อนๆ ในหมายเลขต่างๆไว้ด้วย เมื่อเติมได้ทุกหมายเลขแล้วให้กลับที่นั่ง พร้อมกระดาษรูปหน้าปัทม์นาฬิกาที่มีชื่อเพื่อนๆ ทั้ง 12 หมายเลข 6. Facilitator ถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า “จำชื่อและหน้าของเพื่อนใหม่ทั้ง 12 คนได้หรือไม่?” 7. ขั้นนี้เป็นขั้นการเสริมสร้างความคุ้นเคย กล่าวคือ Facilitator จะเป็นผู้นัดหมายให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้พบปะพูดคุยกันตามเวลาที่ Facilitator นัดหมายให้ โดยจัดให้มีการนัดพบ 4 นัด 8. แจกกระดาษ A4 ที่แบ่งออกเป็น 4 ช่อง เพื่อ 4 นัด 9. Facilitator นัดให้ผู้ร่วมกิจกรรมไปพบกัน เช่น ให้ไปพบกับเพื่อนๆ ที่เวลา 9 นาฬิกา คนที่หมายเลข 9 ตรงกันก็จะมาพบกัน พูดคุยกันในประเด็นที่กำหนดให้ เช่น ประวัติย่อ สิ่งที่ชอบ คติประจำใจ เป็นต้น โดยให้เวลาแต่ละนัดประมาณ 2 นาที ทำเช่นนี้จนครบ 4 นัดนี่แหละคะ คือ Around the clock learning friends ในรูปแบบของอาจารย์ไพฑูรย์ นิยมนา ************************
>>>ชมภาพกิจกรรม<<<
|